Showing posts with label pork. Show all posts
Showing posts with label pork. Show all posts

ผัดกระเพราไก่งวง..ควันหลง Thanksgiving



แหม่..ควันหลง"วันขอบคุณพระเจ้า"ยังอยู่ อยู่เลยนะเนี่ย เลยจัดการเอาเจ้าไก่งวงที่ยังอยู่ในตู้เย็น มาผัดกระเพราซะเลย อ๊ะ..อย่าดูถูก มันอร่อยนะ จะบอกให้ เอาข้าวมาคลุกแล้วแบบอร่อยมากๆ ไม่ต้องปรุงไรเยอะเลย

เครื่อง

  • น้ำมัน
  • กระเทียมสับ
  • หมูสับ+ไก่งวงรมควันที่เหลือจากเทศกาล
  • ผักตามชอบ เช่น ถั่วฝักยาว หอมขาว
  • ซอสกระเพราขวด(ก็ไม่มีกระเพรานี่นา..ยังปลูกไม่ได้)
  • ซอสภูเขาทองฝาเขียว+น้ำตาล+น้ำมันหอย(เริ่มเลี่ยงเหมือนกันละเนี่ย)

วิธีทำ

ผัดเหมือนกระเพราทั่วไปคับ เริ่มจากน้ำมัน กระเทียม หมู สุกดีแล้วก็ซอสกระเพราตาม ปรุงรส อย่าเค็มนักเพราะว่าไก่งวงเค็มนิดๆอยู่แล้ว ได้แล้วใส่หอม ถั่วฝักยาวตามลงไปจนสุกแต่ยังกรอบอยู่ ก็ตัดไก่งวงเป็นชิ้นพอคำ(ใหญ่หน่อย) คนรวมกัน ปิดไฟ ยกเสิร์ฟ แฮ่ๆๆๆ ข้าวสวยค่า ข้าวสวย เอาข้าวสวยมาคลุกรวมกันเป็นเหมือนข้าวผัด เป็น"ข้าวคลุกผัดกระเพรา"ให้พี่เคลย์ไปทำงาน

**บ้านนี้ทำอาหารไม่เก่ง แต่...กินเก่ง**

**บ้านนี้ชอบหากินง่ายๆ คิดง่ายๆ..เพราะมันคิดไม่ออก**

ผัดกระหล่ำปลีหมูสับ




เดี๋ยวนี้แอนน์หากินง่ายขึ้นทุกวันเนอะ แต่ว่านะมันจะง่ายยังงัยมันก็อร่อยติดปาก เป็นเมนูประจำอีกเมนูหนึ่ง หมายความว่า กระหล่ำปลีเนี่ยต้องมีติดบ้านนะคะ มันง่ายยิ่งกว่าผัดกระเพราเสียอีกนะ รสชาดก็อร่อยด้วย ได้กินผักเยอะด้วย แต่กินทีไร แก๊สเยอะทุกทีเลย หุๆๆ หมูสับเอย กระหล่ำปลีเอย อกไก่เอย บ้านแอนน์ต้องติดไว้ทุกอาทิตย์ค่ะไม่ต้องพูดเยอะแล้วกัน ดึกแล้วชักหิวเอง ไม่ดี ตอนนี้แอนน์กำลังทำ"ปฎิบัติการรีดไขมัน"อยู่ค่ะ อาทิตย์นึงเนี่ยแอนน์ลดไปละ 3 ปอนด์ ไม่กล้าพูดเยอะ กล้วว่าทำไม่ได้แล้วจะอายเพื่อนฝูง เลยต้องงุบงิบๆทำเองไปก่อน โดยที่ยังกินอยู่เหมือนเดิม แต่ตัดปริมาณลง 1/3 เป็นขั้นต้น ได้ผลอย่างดี และจะรอดูผลทุกเดือนจะดีกว่ามาเขียนทุกวัน ท้อหมด มาต่อเรื่องกะหล่ำปลีดีกว่า มาดูเครื่องกันเลยดีกว่าเนอะ อย่าเสียเวลากะแอนน์เลย

เครื่องปรุง

  • น้ำมันมะกอก
  • กระเทียมสดสับหยาบ 4-5 กลีบ
  • หมูสับ 1 ปอนด์
  • พริกเวียตนาม(ตามรูปคับ) 1-2 ช้อน
  • กะหล่ำปลีหั่นฝอย(ที่บ้านชอบแบบนี้น่ะ) 1 หัวเล็ก หรือ กลาง
  • น้ำมันหอย
  • ซอสปรุงรสภูเขาทองฝาเขียว หรือ ซีอิ๊วขาวก็ได้

วิธีทำ

  • ตั้งกระทะใส่น้ำมัน ร้อนแล้วเติมกระเทียมเจียวพอเหลืองเติมหมูลงไปรวนได้เลย พอหมูสุก ปรุงรสด้วยซอสทั้งสอง ตามด้วยพริกเวียตนาม แล้วเอาผักลงได้เลยทั้งหมดเลย อันนี้ต้องใช้หม้อใหญ่ผัด เพราะถ้าใช้กระทะแบนๆคงล้นผัดไม่สะดวก ที่บ้านชอบใช้หม้อผัดค่ะ เวลาน้ำมันกระเด็น มันปลอดภัยดี อิๆๆ
  • ผัดด้วยไฟแรงเลยค่ะ คนไปมาซัก 5 นาที หรือพอให้ผักสุกแต่กรอบ ก็ปิดไฟได้เลย แต่ถ้ายังไม่ทานต้องเผื่อผักให้กรอบกว่าเดิมหน่อย เพราะว่ากว่าเราจะกิน ความร้อนที่ยังคงอยู่กับหม้อ จะยังทำการต้มผักให้มันสุกไปเรื่อย อันนี้แล้วแต่คนชอบ บางคนก็ชอบสุกหน่อย บางคนชอบกรอบๆ อันนี้สังเกตุจากฝรั่งในครอบครัว ทั้งครอบครัว(ใหญ่ๆ)จริงๆนะ เขาชอบคนละแบบ แต่ส่วนใหญ่ชอบกรอบนิดๆน่ะ
  • ได้แล้วเสิร์ฟกับข้าวสวยได้เลยค๊าบ ขอข้าวทัพพีเดียวนะจ๊ะ พอดีแก่ขึ้น เดี๋ยวอาหารมันจะเผาไม่หมด อิๆๆ

หมูผัดพริกขิงกับถั่วฝักยาว



ได้โอกาสเข้าครัวกันบ้างแล้วนะคะรอบนี้ วันนี้ทำผัดพริกขิงหมูใส่กับถั่วฝักยาวค่ะ อันนี้ก็เป็นหนึ่งในของโปรด(โปรดเกือบทุกอย่างเลยนะคะเนี่ย) เพราะหนึ่ง เราชอบถั่วฝักยาวกันอยู่แล้วค่ะ พี่เคลย์สามีแอนน์เนี่ยเค้าโตมากับผัดพริกถั่วฝักยาวตอนอยู่เมืองไทย แต่ ณ วันนี้เค้าได้ลองผัดพริกขิงแล้ว เค้าก็ยิ่งชอบมากกว่าเดิมอีกค่ะ แม้ว่าเราจะไม่มีใบมะกรูดมาโรย แต่แค่นี้ก็หนำใจแล้วค่ะ และก็พื้นฐานเหมือนเดิมค่ะ ง่ายๆ

เครื่องปรุง

  • น้ำมันสำหรับผัด
  • กระเทียมสับหยาบซํก 4-5 กลีบ
  • หมูหั่นเป็นชิ้นพอคำ 1-2 ปอนด์(ตามชอบแหละค่ะ)
  • พริกขิงกระป๋อง 1 กระป๋อง(4 ออนซ์)
  • ถั่วฝักยาว 1-2 ปอนด์ หั่นเป็นท่อนๆพอคำ
  • น้ำมันหอย 2-3 ชต.
  • น้ำปลา 1 ชต.
  • น้ำตาล 1 ชช.

วิธีทำ

ตั้งกระทะ น้ำมันร้อนแล้วใส่กระเทียมพอเหลืองหอม ตามด้วยพริกขิงทั้งกระป๋อง พอหอมก็เอาหมูลงรวนได้เลย ปรุงรสตามชอบ พอหมูเริ่มสุกก็ตามด้วยผัก ผัดซัก 5 นาที ปิดไฟ ยกหม้อออกจากเตา เพื่อไม่ให้ความร้อนทำให้ผักสุกเกินไป ไม่กรอบ แต่บ้านแอนน์เตาไฟฟ้าแบนๆ แอนน์ก็ชอบเอาผักลง แล้วก็ผัดให้เข้ากัน ปิดไฟเลยค่ะ ทิ้งไว้แป๊บมันก็สุกพอดี แบบกรอบๆ เขียวสวย

**แอนน์ชอบใช้น้ำปลาค่ะกับเมนูนี้ แอนน์ว่ามันอร่อยได้รสกว่า บางเมนูแอนน์ชอบใช้ซอสภูเขาทองน่ะ แต่เมนูนี้แอนน์ว่าได้กลิ่นแรงๆของน้ำปลา มันซู๊ดดดดดกว่ากันเยอะเลยค่ะ และแน่นอนบ้านเราชอบเอาน้ำตาลมาตัดด้วยนิดนึง อิๆๆ คือที่บ้านสวีทหวานกันประจำทำให้น้ำตาลที่บ้านมีเยอะค่ะ เลยหมั่นเติมกันเรื่อยๆ เอิ๊กๆๆ

**ยังไม่เก่งถึงขนาดตำพริกเองได้ค่ะ แค่หาแบบกระป๋องตุนไว้เนี่ยก็เก่งเหลือกำลังตัวเองแล้วค่า

ไข่พะโล้+หมูพะโล้



ในหม้อนี้ดูดีๆขวามือจะเห็นโซ่เป็นเส้นๆ อันนั้นเป็นตะกร้อที่ซื้อมาจากร้านญี่ปุ่นในเมืองค่ะ ใส่พวกเครื่องเทศของเราที่เป็นชิ้นๆอ่ะ เพราะขี้เกียจแยกเวลาเราต้มเสร็จแล้วอ่ะค่ะ แอนน์ไม่ชอบกัดดอกโป๊ยกั๊กค่ะ เสียอารมณ์ เลยจัดการแยกไว้เลย
----------------------------------------------------
ส่วนมันที่ลอยหน้าอ่ะ มีบ้างนิดหน่อย แต่เราก็ตักทิ้งได้ระหว่างที่เราต้มจะมีพวกกากที่เกิดจากเลือดดูเหมือนสกปรก ตักทิ้งไปพร้อมกับมันลอยหน้าได้เลยค่ะ แต่ถ้าไม่หมดสมใจก็ไม่ต้องตกใจ(มันอ่ะค่ะ) เมื่อเราใส่ตุ้เย็น วันต่อมามันมันก็แข็งลอยหน้า เราก็ตักทิ้งง่ายๆ เป็นเคล็ดลับอีกอันนึงค่ะ สำหรับคนที่เกลียดมันเหลือเกิน หรือระวังเรื่องไขมันอยู่อ่ะค่ะ



เอารูปเก่า ใหม่ มาผสมกันบ้าง นี่ก็ถ่ายไว้นานแล้วค่ะ เคยเอารูปมาลง แต่จำไม่ได้ว่าเคยลงวิธีทำหรือปล่าว



บางรอบฟลุ๊ก ได้ชิ้นติดเอ็นมา มันนุ่มลิ้นมากมายเลยค่ะ เพียงแต่ต้องต้มนานหน่อยแค่นั้นเอง



ราดข้าวเสร็จแล้วก็บี้ไข่เลยค่ะ แอนน์ชอบให้ไข่แดงปนกับน้ำหมดเลย แล้วก็สับๆๆๆๆด้วยช้อน น่าทานดี พริกป่นหน่อยนึง มาดูวิธีทำกันนะคะ

เครื่อง

  • หมู 2-3 ปอนด์ ตัดเป็นก้อนๆละครึ่งฝ่ามือ เพราะเดี๋ยวมันหดอีก
  • ไข่ 12 ฟอง ต้มทิ้งไว้ให้เย็นแล้วแกะ ตอนต้มเติมเกลือ อาจช่วยเรื่องแกะให้ง่ายหน่อย หรือไข่ที่ไม่ต้องสดมากก็แกะง่าย
  • น้ำ 6-8 ถ้วยตวงโดยประมาณ
  • เกลือ 1 ชต.
  • ซีอิ๊วขาว
  • ซีอิ๊วฝาเขียวภูเขาทอง
  • น้ำตาลทรายแดง 2 ถ้วยตวง โดยประมาณ หรือน้ำตาลปี๊บทั้งก้อน(น่ากลัวเนอะ แต่ทำแล้วอร่อย อิๆๆ)
  • ซีอิ๊วดำ 1/4 ถต. อันนี้แล้วแต่ยี่ห้ออ่ะค่ะ แอนน์มีของอินโดมันแบบหวานก็จะไม่ค่อยดำ ใส่เยอะเป็นถ้วยเลย
  • พริกไทยดำป่น(เอง)หอมกว่าประมาณ 1 ชช.
  • ผงทำพะโล้ ใส่เพิ่มเข้าไปอีกอ่ะค่ะ หอมดี กลัวไม่พอ แต่ไม่มีก็เติมของข้างล่างเพิ่มอีกนิด
  • กระเทียม 5-6 กลีบตัดครึ่งทางยาว
  • ลูกผักชี ประมาณ 1 ชช.เพิ่มความหอมเพราะเราไม่มีรากผักชี
  • โป๊ยกั๊ก 6-7 ดอก
  • อบเชย เป็นก้านๆยาวเท่านิ้วซักประมาณ 2-3 ก้าน และยังแอบเติมอบเชยป่นแบบกระป๋องไปอีก 1 ชช.เลย เพราะชอบ

วิธีทำ

1.ต้มน้ำใส่เกลือรอให้เดือด
2.กระเทียมสด ลูกผักชี โป๊ยกั๊ก อบเชยก้าน ใส่ตระกร้อ หย่อนลงในหม้อน้ำเดือดได้เลยต้มซักพักให้เครื่องเทศหอมออกมาหน่อย
3.เติมซอสปรุงรสทั้งหลาย และน้ำตาล พริกไทย ผงพะโล้
4.ชิมตามชอบนิดนึงก่อน แล้วค่อยผ่อนไฟกลาง เอาไข่ลงไป เอาหมูลงไป ต้มไฟอ่อนถึงปานกลาง คอยช้อนเอาฟองและน้ำเลือดที่สุกลอยหน้าออก จะทำให้น้ำดูน่ากินหน่อย ต้มราวๆ 2 ชม.นู่น

ต้องคอยเช็คดูหมูเอาถึงจะรู้ เพราะถ้านานไปหมูก็อาจจะเปื่อยเป็นเหมือนกระดาษโดนน้ำได้เหมือนกัน พอหมูสุก เราก็ชิมรสอีกครั้งนึงว่าพอใจหรือปล่าว บ้านแอนน์ชอบออกหวานนิดนึง เค็มนำ หวานตามอ่ะค่ะ กระเทียม อบเชยต้องถึง วิธีทำอาจจะแปลกกว่าบ้านอื่น แต่เป็นเพราะว่าแอนน์จำมาจากพี่สาวสามีที่เค้าโตที่นี่เค้าก็ทำแบบฝรั่ง และส่วนอื่นๆแอนน์ก็จำมาจากน้าที่เค้าเคยทำให้กินตอนทำงานอยู่ร้านเค้าอ่ะค่ะ พอเราปิดไฟแล้วมันก็ยังคง cook ตัวมันเองต่อไปอยู่นั่นเอง

**หมู...แอนน์เลือกใช้ pork tenderloin ที่เค้าขายเป็นเส้นๆอ่ะค่ะ ใช้ทีสองท่อนเลยท่อนยาวเท่าแขนค่ะหรือบางทีก็ใช้ boneless country style ribs แต่ที่ชอบที่สุดชอบ pork butt ซื้อมาทั้งขาเลยค่ะ มาแล่เอามันๆออกไปทิ้ง แล้วเนื้อที่ได้อร่อยมากที่สุดเลย เพียงแต่ใช้เวลาแล่นานหน่อย ตามมีตามเกิด เช่นเคยค่ะ บ้านเรามีอะไรก็ใส่ไปอ่ะค่ะ อิๆๆๆ วัยเรียนอย่างหมอเค็ง จำเป็นต่อสุขภาพอย่างยิ่งค่ะ เพื่อการเรียน อิๆๆ ส่วนแม่บ้าน มีลูก ลูกก็ทานดี มีแต่ของจำเป็นต่อเด็กๆทั้งนั้นเลยค่ะ

หมูผัดกะปิและพริกหวานเล็ก



เครื่อง

  • น้ำมัน
  • กระเทียมสับ
  • หมูหั่นเป็นชิ้นๆ 1 ปอนด์
  • กะปิละลายน้ำร้อน ประมาณ 1 ชต.ได้มั๊ง กะเอา บี้กับน้ำร้อนนิดหน่อยพอละลาย
  • น้ำมันหอย
  • น้ำปลา
  • แป้งข้าวโพดละลายน้ำนิดหน่อย(ประมาณ 1 ชต.อ่ะนะ)
  • *พริกหวานเล็ก

*พริกนี้ ชื่อ vine sweet mini peppers ได้มาจากตลาดวอลมาร์ท ล้างหั่นเป็นแว่น หรือเป็นแท่งๆก็ได้ตามชอบ แอนน์ใส่ไปทั้งกล่องเลย หลายเม็ดอยู่เหมือนกัน ไม่เผ็ดเลยซักนิดเดียว แต่กลิ่นและรสชาดไม่เหมือนพริกเบลเท่าไร อร่อยต่างกัน

วิธีทำ

ตั้งกระทะ น้ำมัน กระเทียม เหลืองหอมแล้วก็เติมหมูรวนพอเกือบสุก เติมน้ำกะปิ น้ำมันหอยนิดนึง ต้องระวังเพราะกะปิก็เค็มอยู่แล้ว ถ้าใครไม่สะใจเติมน้ำปลา เพิ่มความหอมแบบเราๆ ที่ฝรั่งต้องกลัวววววว อิๆๆ หมูสุกดีก็เติมพริกหวานได้เลย และเติมน้ำละลายแป้งข้าวโพดเลย พอสุกดีก็ยกลง ราดข้าวคับ โซ๊ยได้เลยคับอันนี้

ในรูปทำเหนียวไปหน่อย ในความคิด คิดว่าเหนียวแป้งไป ไม่อร่อย คิดว่าอาหารชนิดนี้ที่ชอบทาน ไม่ชอบเหนียวแป้งมากขนาดนี้ คือแบบว่าปรกติมีแต่น้าทำให้กินสมัย 4 ปีที่แล้วได้ และไม่เคยได้ทำเองเลย จนเมื่อต้นปี สบโอกาสเลยลองทำเอง ปรากฎว่าเติมแป้งมากไป อิๆๆ คราวหน้าจะต้องทำให้เหมือนเค้าให้ได้เลยเชียว เพราะจำได้ว่าอร่อยมากๆซัดข้าวไป 2 จานเต็มๆ กะปิอ่ะนะ ใครจะอดใจไหว

ว่าแต่เคยเห็นกันป่าวคะเมนูนี้อ่ะ...

ผัดวุ้นเส้น



เครื่อง

  • น้ำมัน
  • กระเทียมสับ
  • หมูหั่นเป็นชิ้นๆ
  • ไข่
  • วุ้นเส้น(เมืองไทยคงแช่น้ำเอา แต่เราต้มเลย)
  • ผัดกาดขาวหั่นเป็นเส้นๆ
  • แครอทหั่นเป็นแท่งเล็กๆ
  • น้ำมันหอย
  • น้ำตาล
  • ซีอิ๊วขาว
  • ผักชีโรยหน้า

วิธีทำ

เหมือนเดิมค่ะ ตั้งกระทะ ใส่น้ำมัน เจียวกระเทียมพอเหลือง ก็ผัดหมูพอเริ่มสุก ปรุงรสเลย และ ตอกไข่ลง อย่าเพิ่งคน รอซักนิดค่อยคน เพื่อไม่ให้ไข่มันเละ ทำให้มันแบบรวนๆอร่อยกว่า พูดงัยดี คล้ายกับตอนผัดไทยอ่ะนะ ที่ต้องใส่ไข่ทีหลังหมูเนี่ย กลัวหมูไม่สุก กลัวไข่จะไหม้ก่อน อิๆๆ ไม่รู้ครัวอื่นเค้าทำกันยังงัย แล้วก็เอาผักใส่ตามลำดับความาสุกยาก แอนน์ใส่แครอทเข้าไปก่อนไข่อีกค่ะ เพราะถ้ามันแข็งแอนน์กัดไม่ได้ แล้วเติมวุ้นเส้นซึ่งแอนน์ต้มไว้ก่อนหน้านี้ครึ่งทางค่ะ เพราะถ้าไม่ต้มไว้เอามาผัดเลยจะไม่ได้เรื่อง เพราะเตาที่บ้านไม่ใช่เตาแก๊ส ทำให้การทำอาหารมันแปลกออกไปอ่ะค่ะ เลยลัดเลยด้วยการต้มเส้นไว้รอแต่อย่านานจนเละแค่นั้นเอง เติมวุ้นเส้นแล้วก็ปรุงรสอีกนิดหน่อย ชิมตามชอบ และก็เอาผักชีมาโรยหน้าให้สีตัดกัน อิๆๆ

สามีเค้าไม่ชอบมะเขือเทศ เลยไม่ใส่ และส่วนตัวของตัวเองก็ไม่ชอบมะเขือเทศในผัดวุ้นเส้น ส่วนผักที่ใส่ วันนั้นมีอะไรก็ใส่ไป มันเลยออกมาแบบนี้แหละค่ะ เอ..คราวหน้าจะทำ"ยำวุ้นเส้น"ดีป่ะน๊า มีแต่วุ้นเส้นๆๆๆๆๆๆๆๆๆ

แกงจืดวุ้นเส้นหมูสับ+ไข่เจียวน้ำ



ยังคงเป็นอาหารไทยกันอยู่ เพราะว่าได้ทำแกงจืดก็หลายทีละ แต่ไม่เคยเอารูปมาลง คราวนี้"แกงจืดวุ้นเส้นหมูสับ(อีกละ..บ้านนี้ชอบกินค่ะ)ไข่เจียวน้ำ" คือทำทั้งที ทำครบเครื่องเลย อิๆๆ

เมื่อก่อนนะเคยกินแต่วุ้นเส้นห่อถุงๆและมีตาข่ายพลาสติคห่ออีกที ไม่รู้ยี่ห้ออะไร ร้านอาหารชอบใช้กันอ่ะ แต่กินทีไร เสียศูนย์ทุกที มันแข็ง ไม่นิ่ม ไม่ใส แต่คราวที่ไปเจอเจ้าวุ้นเส้นนี้ที่วอลมาร์ท เลยลองเอามาทำทาน เพราะเราไม่ได้ซื้อมาจากร้านเอเชีย เพราะเข็ด ไม่อร่อย พอเอามาลอง อุ๊ย..ทำไมมันเหนียว ใส เช่นนี้ แถมไม่ต้องแช่ ใช้วิธีลัดของฝรั่ง คือ ต้มเอาเลย แป๊บนึงก็เอามาทำอาหารได้ละ แต่ถ้าทำแกงจืดก็เอาลงต้มได้เลย

อันนี้ก็อีกอ่ะนะ หลายๆคนก็คงทำเป็นอยู่แล้ว แอนน์ก็เอาแบบง่ายๆแล้วกัน

เครื่อง

  • น้ำ กะเอา ไม่พอก็เติมตามชอบ
  • หมูสับ(หมักใส่ซีอิ๊วขาว พริกไทย เบคกิ้งโซดานิ๊ดดดนึง หมักซักไม่ต่ำกว่า 1 ชม.) แอนน์ใช้ 1 ปอนด์
  • คนอร์หมู 1-2 ก้อน(ถ้าไม่ใช้ก็ใช้น้ำซุปต้มจากกระดูกหมู และปรุงรสด้วยเกลือและซีอิ๊วขาว)
  • ผักกาดขาว 1 ต้น(ที่นี่อวบมากกก)
  • ต้นหอมหั่นท่อน ไว้โรยหน้าตอนสุดท้าย ซัก 5-6 ต้น
  • ไข่เจียว หั่นเป็นคำๆ ตามชอบ
  • ซีอิ๊วขาว ปรุงรสเพิ่ม

วิธีทำ

ต้มน้ำเดือดแล้ว เอามาตักลงไปเป็นลูกๆ ติ๊ต่างว่าทำลูกชิ้นอยู่ คนอร์ตามลงไป เอาผักลง แล้วแอนน์ก็ปิดไฟเลย เพราะผักกาดขาวเนี่ยสุกเร็วอ่ะ แต่ว่าเตาบ้านใครเป็นแบบไหนก็ปรับเอาเองนะคะ เพราะของแอนน์เป็นไฟฟ้า จะแบนๆ พอปิด แต่ความร้อนยังอยู่อีกซักพัก เสร็จแล้วก็เอาไข่เจียวหั่น กับต้นหอม ลงไปได้เลย ทิ้งไว้ซัก 15 นาทีค่อยตักทาน จะได้ไม่ลวกปาก อิๆๆ เค็มไม่พอก็เติมซีอิ๊วขาว แอนน์อ่ะว่าพอดี แต่คุณสามีทานเค็มกว่า เค้าเลยต้องเติมซีอิ๊วขาวอีก และบางคนก็ชอบน้ำมากน้ำน้อยต่างกันอีก แหม..ทุกคนเป็นอยู่แล้วอ่ะนะ แอนน์ก็พูดไปเรื่อย

วันนี้เป็นอาหารเบาๆเนอะ

ผัดหมูผักกาดดองกับพริกสด



เมนูนี้ใครเคยเห็นบ้างคะ แอนน์ยังไม่เคยเห็นใครทำเลย แต่ทำไมบ้านแอนน์ถึงชอบกันนัก พ่อแอนน์นะชอบที่สุด ทำเกือบทุกวันจนพ่อเบื่อเลยค่ะ แต่สุดท้ายก็กลับมากินเหมือนเดิม มันคือ"ผัดหมูใส่ผักกาดดองกับพริกสดค่ะ" อันนี้ชอบมาก พี่เคลย์ก็ชอบ ผัดให้ทานชอบใจใหญ่เลย พี่เคลย์บอกว่าเคยทานแต่ต้มกระดูกหมูผักกาดดอง แต่อันนี้ก็อร่อยเขาบอก เลยเป็นเมนูประจำอีกอันค่ะ แต่เวลาผัดต้องระวัง เพราะผักกาดดองหลายที่มันเค็ม

เครื่อง

  • น้ำมันสำหรับผัด
  • กระเทียมสด 2-3 กลีบ
  • หมูหั่นเป็นชิ้นๆ ประมาณ 1 ปอนด์
  • ผักกาดดอง หั่นเป็นชิ้นๆพอคำ ซักประมาณต้นนึง หรือ ให้สมดุลกับหมูอ่ะนะ
  • พริกสด ตามชอบ แอนน์กลัวเผ็ดก็ 2-3 เม็ดตัดทางยาว
  • ต้นหอม หั่นเป็นท่อนซัก 3-4 ต้น
  • น้ำมันหอยปรุงรส
  • น้ำตาล(ถ้าชอบ แต่พ่อแอนน์..ไม่ชอบ..ก็ไม่ใส่)

วิธีทำ

1.เหมือนเคย ตั้งน้ำมันให้ร้อน ลงกระเทียมพอเหลืองหอมเติมพริกสดหั่น แล้วก็เติมหมู ระวังจะจามใส่กระทะนะคะ
2.หมูเริ่มสุก ปรุงรสด้วยน้ำมันหอย(ต้องระวังเพราะผักกาดดองส่วนมากเค็มอยู่แล้ว)แอนน์ชอบเอาน้ำตาลมาตัดรสเค็มนิดๆ เรื่องซอสปรุงรส น้ำปลา หรืออันไหนที่เค็มๆต้องยั้งไว้ก่อน เดี๋ยวเค็มมากไปแก้ยากมากค่ะ
3.ได้แล้วเอาผักกาดดองลงได้เลย
4.ผัดซักครู่ก็ปิดไฟ เติมต้นหอมได้เลยจะได้ไม่เละเกินไป เพราะความร้อนที่อาหารยังคงอยุ่ ก็จะทำให้หอมจะสุกไป
5.เสร็จแล้วค่ะ จานนี้เพอร์เฟคมากๆกับข้าวสวยร้อนๆ กินทีไรคิดถึงพ่อทุกทีเลยค่ะ

จริงๆทุกอย่างของพวกนี้ ถ้าเราทำอาหารจนชิน เราก็จะกะๆๆๆเอาอ่ะค่ะ แล้วก็ชิม ไมได้มีสูตรอะไรตายตัว ไม่เหมือนคนต่างประเทศที่จะทำอะไรก็ต้องตวง ซึ่งมันก็ดีนะคะ แต่แอนน์ขี้เกียจเปลืองหลายถ้วยจานใส่ของ ผัดๆเทๆลงมันที่กระทะหรือหม้อเลยนั่นแหละ ไม่เปลืองดี

เกี๊ยวน้ำ+หมูแดง..แบบง่ายๆ



เกี๊ยวน้ำ+หมูแดงมาแล้วค่ะ มาแบบอดๆอยากๆ บ้านนี้ชอบหมูแดง กินเล่นก็กิน ชอบซื้อหมูเส้นหรือ pork loin ที่ตลาดมาตัดเป็น 3-4 ท่อนยาวๆ แล้วก็ล้างหมักด้วยผงหมูแดง ที่ใช้ประจำก็ยี่ห้อคุ่ใจชาวไทยทั้งไกลบ้าน ใกล้บ้าน ก็ชอบกันทั้งนั้น แต่รอบนี้พยายามใช้ของจีนได้ซื้อมานานแล้ว มาลองดู แต่...มันแดงน่ากลัวอ่ะ ไม่ชอบเลย ชอบสีโลโบ้มากกว่า แต่ยังงัยก็ตาม ของจีนบางยี่ห้อก็สวยและอร่อยเหมือนทำที่ร้านจีนร้านดังที่ไชน่าทาวน์-บอสตันเลย (แต่จะให้เยี่ยมเหมือนไทยจริงๆคงยาก) ของจีนบางซองปรุงเรียบร้อย ผสมน้ำตาลให้เสร็จสรรพ เวลาอบออกมาน้ำเยิ้มๆอร่อย แต่ก็ไม่รู้ซื้อมาจากไหน
---------------------------------------------------
วกเข้ามาที่เรื่องเดิม ทำหมูแดงกินเองก็มีแค่
  • ผงหมูแดง(โลโบ้) 1 ซอง
  • น้ำตาลทรายแดง ประมาณ 2 ชต.
  • น้ำผึ้งนิดหน่อย(หมัก)+น้ำผึ้งทาตอนย่างโดยเทใส่น้ำหมักเลย
  • เกลือนิดหน่อย
  • ซอสหอยนางรม 2 ชต.
  • น้ำนิดหน่อย 2 ชต.
  • น้ำมันงา 1 ชต.

(อันที่จริงแล้วเวลาทำกะเอาทั้งหมดเลย อิๆๆ)ที่ใส่แล้วก็หมักก็มีเท่านี้เอง หมักทิ้งไว้ข้ามคืนเลย มันเข้าเนื้อดีหลังจากนั้นก็เอาออกมาย่าง ทีนี้ใช้วิธีย่างที่เตาอบจนเริ่มจะชินซะละ ง่ายดี เอามาย่างในเตาอบก็เอาตะแกรงย่างวางบนถาดอบอีกที เพื่อให้น้ำไหลออกไปเวลาอบ ประมาณ 325 F ข้างละ 20-25 นาที และก็ broil ข้างละ 5-7 นาที เพื่อให้ผิวนอกมีรอยเกรียมนิดๆ หอมดี ระหว่างนั้นก็เอาน้ำหมักใส่น้ำผึ้งและก็ทาผิวที่ย่างไปด้วย

---------------------------------------------------

เกี๊ยว

  • แผ่นเกี๊ยว(แผ่นเกี๋ยวแบบไข่แถวบ้านไม่มีขาย ได้แต่แบบที่เขาทำเกี๊ยวซ่า ก็เอา เพราะกลัวอด อิๆๆ แผ่นมันเลยหนาเตอะๆไปนิด)
  • ไส้เกี๊ยว=หมูสับ+กระเทียมผง+พริกไทยดำกับลูกผักชีนิดนึงตำละเอียด+น้ำมันหอยนิด+ซีอิ๊วขาว+เบคกิ้งโซดานิดนึง(ทำให้เด้ง)= หมักทิ้งไว้อย่างต่ำ 1 ชม.

ห่อเกี๊ยวไว้ได้เลย

น้ำซุป

วันนี้ง่ายมาก น้ำเดือด+คนอร์หมู แค่เนี๊ยะระหว่างต้มน้ำซุปก็ต้มน้ำอีกหม้อให้เดือดไว้ต้มเกี๊ยว เดือดแล้วก็เอาเกี๊ยวลงต้ม ลอยขึ้นก็ตักใส่น้ำเย็น ตักใส่ถ้วย หั่นหมู ใส่ผักต้ม(มีแต่บ๊อกชอยค่ะ..แค่บ๊อกชอยก็หายากแทบตายแล้วค่ะ..บางครั้งอดอยากจริงๆก็เอาผักกาดขาวแทน อิๆๆ)ก็บอกแล้ววววว ไม่ได้อยู่เมืองไทยอะไรก็ไม่ได้สมบูรณ์ โรยหน้าด้วยหอมกับผักชีหั่นก็คงเริดสุดแล้วอ่ะเนอะส่งสะเบียงให้ซะมีไปทำงานได้อีกต่างหาก อยู่ที่นี่ทำทีละนิดแบบเมืองไทยไม่ค่อยได้ ทำทีทำเก็บใส่ตู้เย็นไว้เลย ปรุงรสตามชอบเน้อ

กระเพราหมูสับไข่ดาว


รู้อ่ะนะว่าใครๆก็ทำกระเพราเป็น แต่ว่าก็อยากเอามาอวดบ้าง เพราะว่าทำบ่อยมากกกก ถึงมากที่สุด เพราะใครล่ะ...สามีอ่ะสิคะ ไหนจะพี่เขยฝรั่ง ชอบจั๊งงงงง แฮ่ะๆๆ แอนน์ก็ชอบนะ แต่ว่าแอนน์เล่นแบบง่ายๆ ก็อย่างว่า อยู่เมืองฝรั่งเขา จะซื้อของไทยๆมากินก็ต้องไปหาซอสเป็นขวดๆมาเก็บไว้ประทังชีวิต ว่าเป็นเล่นไปนะคะ "น้ำพริกผัดซอสกระเพรา..ยี่ห้อแม่ศรี"เนี่ย ต่อชีวิตยามคิดถึงไทยแลนด์ได้มากโขเลยค่ะ มีโอกาสเป็นฉันทนาเข้ากรุงทีไร เป็นต้องเหมาหมดลัง เฮอะๆๆ ก็แหม..ผัดทีเล่นผัดซอสทีละครึ่งขวดค่อยถึงใจ งั้นๆเขียนๆวิธีทำพอเป็นพิธีเนอะ ชาวบ้านชาวช่องเขาทำเป็นกันหมดแหละ
----------------------------------------------------------
เครื่อง
น้ำมัน(อะไรก็ได้..แต่ที่บ้านชอบ..คาโนล่า)กะเอา
กระเทียมสดสับหยาบ 4-5 กลีบ
ซอสผัดกระเพรา 1/2 ขวดเลยยยย
หมูสับ 1 ปอนด์
ซอสหอยนางรม ประมาณ 2-3 ชต.
ซอสภูเขาฝาเขียวปรุงรส ประมาณ 1 ชต.
น้ำตาลนิดนึง(บางบ้านไม่ชอบ ไม่ต้องใส่ บ้านนี้ชอบค่ะ)
ถั่วฝักยาวหั่นเล็กๆก็ราวๆ 1/2 ปอนด์(แต่ที่บ้านชอบเยอะ)
โหระพา ตามชอบ
หอมหัวใหญ่หั่นเต๋า(ถ้าชอบ) 1/2 ถ้วยตวงก็ได้
วิธีทำ
1.ตั้งน้ำมันร้อนแล้ว กระเทียมตาม เหลืองแล้วลงซอสกระเพรา ตามด้วยหมู
2.ผัดจนหมูสุกดี ปรุงรส ด้วยซอสปรุงรส ซอสหอยนางรม และ น้ำตาล
3.เติมผักถั่วฝักยาว ผัดแป๊บปิดไฟได้เลย แต่ที่บ้านเป็นเตาไฟฟ้าแบนๆอ่ะ ปิดเตาแล้วความร้อนก็ยังคงอยู่ก็มักจะใส่ผัก แล้วปิดไฟเลยทันที แล้วก็ผัดต่อทั้งที่ปิดไฟอ่ะแหละ สามีไม่ชอบผักสุกมาก และก็ตามด้วยหอมขาวได้เลย ตบท้ายด้วยโหระพา
4.ไปทำไข่ดาวได้เลยคับ ตักข้าวสวยใส่จาน ราดกระเพรา โปะด้วยไข่ดาว แล้ว...ถ่ายรูป เอ๊ย...ไม่ใช่ ทานได้เลยค่า
---------------------------------------------------------
เวลาทำเลี้ยงครอบครัวที ที่ไม่ใช่แค่สองสามีภรรเมีย ก็จะทำทีละเป็นถาดใหญ่ๆแบบนี้ เพราะพวกพี่ๆเขาก็อยากเอาใส่กล่องไปทานที่ทำงานด้วยงัย คุ้มเนอะ เนื้อปอนด์เดียว 2 เหรียญเอง ซอสขวดละไม่เท่าไร ราดข้าวได้ตั้งหลายจาน
---------------------------------------------------------
หมายเหตุ
อันที่จริงแล้ว ร้านน้าที่เขาทำขายอ่ะ เขาก็ทำซอสเองแหละ แต่ก็ยังไม่มีโอกาสผัดใส่โหลไว้ผัดกินซักกะที อะไรก็ไม่พร้อมงัย แต่คงต้องมีซักวันแหละที่ได้มีโอกาสทำใส่ขวดโหลไว้ หรือกระปุกพลาสติคแช่แข็งไว้เลยก็ได้ น้าเขาบอกมาคร่าวๆอ่ะนะ ตามนี้นะ
---------------------------------------------------------
ซอสผัดกระเพรา
(โหระพาเสียมากกว่าแหละ..แต่ฝรั่งอ่ะเขาไม่มี หรือมีเขาก็ว่าฉุนเกิน คนไทยที่นี่เลยเอาโหระพามาติ๊ต่างเป็นกระเพรา ซึ่งต้นตระกูลมันก็เหมือนกัน แต่คนละสายพันธุ์แค่นั้นเอง กระเพรามีชื่อว่า..holy basil มีความเผ็ดร้อนอยู่ที่ลำคอ อร่อยยยยยเหลือหลาย และโหระพามีชื่อว่า..sweet basil อันนี้ไม่มีความเผ็ดร้อน แต่ความหอมก็หอมเด่นเฉพาะตัว)
++++++++++
พริกแห้งเม็ดใหญ่
กระเทียม
หอมแดง
ใบมะกรูด
ข่า
ตะไคร้
ก้านและใบโหระพาสด
++++++++++
ทั้งหมดปั่นให้ละเอียด แล้วนำมาผัดกับน้ำมัน เติมเกลือ(เขาว่ากันบูด) พักไว้ให้เย็น ใส่ขวดโหล เก็บไว้ทานได้เลยค่ะ หอมค่ะ ไม่น่าเชื่อ(ดมจากที่ร้านแหละค่ะ อิๆๆ) ยังไม่เคยทำนะคะ จึงบอกปริมาณแต่ละอย่างไม่ถูก ใครอยากลองก็ลองแล้วกันค่ะ ตอนนี้แอนน์ก็ซื้อขวดๆของ"แม่ศรี"ไปพลางๆก่อน ได้โอกาสเมื่อไรก็จะลองผัดเองดู

พอร์คชอพรสหมูปิ้ง


รูปมันก็หลายเดือนแล้ว แต่ว่าความอยากก็ยังอยู่ ขอเอามาลงย้อนหลัง(ยังมีอีกเยอะคับ ) เพราะเมื่อไม่กี่วันได้เอาข้าวผงกระหรี่ขิงมาลง แล้วก็ตอนนั้นได้ใช้กินกับหมูปิ้งไปด้วย(มั่วซะไม่มี)เลยเอามาลงซะให้เสร็จๆไป แม้ว่ารูปร่างจะไม่ใช่ แต่รสชาดใช่เลยนะคะ แต่ในใจแอบคิด ถ้านึ่งข้าวเหนียวแล้วใส่ถุงพลาสติคถุงเล็กๆ มาพร้อมกับหมูปิ้งเสียบไม้เล็กๆ คงจะเป็นสวรรค์บ้านนา(ฝรั่ง)อย่างดีทีเดียว แต่ว่า...มันไม่ใช่บ้านเรา อิๆ มีไรตอนนั้นก็ต้องขัดไปก่อน
ตอนนั้นจำได้เคยดูมาจากหลายสูตร สุดท้าย มั่วไปหมด เอาหลักๆ เพราะแต่ละอันก็ไม่เหมือนกันเลย
--------------------------------------------------
เครื่อง
หมู-จริงๆก็สันในอ่ะนะเขาว่าดีที่สุด แต่ไม่มีอ่ะ มีไรก็ต้องงัดมาใช้ก่อน แก้ขัด ตอนนั้นมีอยู่ 4 ชิ้น
รากผักชี+กระเทียม+พริกไทย-อันนี้มีแต่เม็ดผักชีก็ต้องทำรวมกันไปเอากลิ่นเอา
ซีอิ๊วขาว-เหยาะลงไปพอเคลือบอ่ะนะ กะเอา หลักของตัวเองคือใส่ซีอิ๊วขาวก่อนเครื่องอื่น เพื่อจะได้ดูว่ามันไม่มากไป ให้เอาแบบพอดีซึมเข้าเนื้อหมู ถ้าหากมีน้ำซีอิ๊วขาวไหลออกมาเยอะ แสดงว่าต้องเค็มแน่ๆ อิๆๆ งงป่ะ อ่ะนะ อย่างงเลย สรุปคือ กะเอาแหละ
ซีอิ๊วดำ-อย่าใส่มาก เดี๋ยวดำไป ให้พอเป็นสีน้ำตาลสวยๆก็พอ
น้ำตาลทราย-1 ชต.โดยประมาณ แต่แอบใส่น้ำผึ้งด้วย ชอบหวานหน่อยอ่ะ
น้ำมัน-เขาว่าใส่แล้วนุ่ม ใส่ไปนิดนึง
กะทิ-นิดนึง เขาว่าใส่แล้วนุ่มเหมือนกัน หรือ นม ว่างั้น แต่ใส่กะทิดีกว่า
---------------------------------------------------
เท่าที่จำได้ก็มีแค่นี้นะ หมักไว้ตั้งแต่เช้า ตอนเย็นก็เอาเข้าเตาอบ อบ 325 F ตั้งบนตะแกรง แล้วรองด้วยถาดให้น้ำหมูหยดอีกทีนึง ซักประมาณ 15 นาที ก็มากลับด้าน ระหว่างนั้นทาน้ำหมักที่เหลือด้วย อีก 15 นาที แล้วก็เปิดไฟ broil เผาหน้าหน่อยซักด้านละ 3-5 นาที พอให้ดูเหมือนย่างมา ก็เสร็จแล้ว
อันที่จริงในรูปที่ถ่ายเป็นการอบจริงๆ คืออบปิดฟอล์ย และเคยลองทำแบบย่างเตาอบแบบข้างบน ชอบแบบข้างบนมากกว่าการอบธรรมดา เพราะมันเหมือนย่างมากกว่า การอบปิดฟอล์ยไม่ได้อบบนตะแกรง น้ำเยอะไป รสชาดใช่ แต่มันไม่เยิ้ม ไม่มัน อิๆๆ ถ้าหมูติดมันก็สุดยอดเนอะ

Thai Meatball with Spinach Clear Soup



พอดีว่าอยากทาน แกงจืดตำลึงหมูสับค่ะ แต่ว่าไม่มีตำลึงก็เลยซื้อผักโขมสดมาทำค่ะ เพราะว่าเคยเห็นน้าทำให้ทาน มันอร่อยคล้ายๆกัน แล้วก็เมื่อวานก็ได้หมักหมูไว้แล้ว ก็เลยเกิดความคิดแรกคือ ทำปั้นเป็นก้อนเหมือนลูกชิ้น เสร็จแล้วก็เอาผักโขมมาใส่ เป็นแกงจืดผักโขม ลูกชิ้นหมู มันเลยออกมาเป็นลูกชิ้นมือสมัครเล่นอ่ะค่ะ เพราะว่าได้สูตรลูกชิ้นมานานแล้ว แต่ว่าไม่ได้ทำสักที คราวนี้อยากแบบว่าฝึกๆลองๆมือไปก่อน เพราะว่าบีบออกมาเป็นลูก แน่นๆ ยังไม่เป็น ด้วยเวลาที่จำกัด ก็ได้มาดังนี้ค่ะ



ก็ตอนแรกต้มน้ำซุปธรรมดาก่อน ก็อย่างเคยค่ะ น้ำต้มกระดูกหมูใส่เกลือ ซีอิ๊วขาว มีเก็บไว้อยู่แล้วค่ะ ก็เอาออกมาอุ่นเลย ถ้าไม่มีก็น้ำเปล่านั่นแหละค่ะ พอตอนจะเอาหมูสับลง ก็เกิดอาการอยากลองหัดทำลูกชิ้น เลยออกมาเป็นหมูสับปั้นก้อนเป็นลูกชิ้นมือใหม่แบบนี้แหละค่ะ แต่ตามสูตรที่ได้มา มีทริคเยอะค่ะ ต้องแช่ช่องแข็งกี่นาที ต้องต้มพอลูกชิ้นลอยขึ้นให้ตักใส่น้ำเย็น ปั่นหมูก็ต้องปั่นให้ละเอียด แต่ว่าแอนน์ไม่มีเวลาค่ะ เอาแบบเบาะพอกินไปก่อน



แต่ดูรูปแล้วมันก็คล้ายๆนะคะ มีเอ็นหน่อย อูย..คงมันพิลึก อ้อ..แอนน์ก็ใช้หมูสับตามตลาดนั่นแหละค่ะ มาหมัก ใส่เกลือนิด พริกไทยหน่อย ซีอิ๊วขาวก็กะๆเอาแหละค่ะ สิ่งที่ไม่ลืมคือเบคกิ้งโซดาค่ะใส่แล้วก็นวดๆๆๆ เข้ากันแล้วก็หมักทิ้งไว้ แอนน์ทิ้งไว้เป็นวันเลย ตอนเย็นค่อยมีเวลามาทำ ก็พอดีเลย ก็ปั้นก้อนธรรมดา ซึ่งถ้าปั้นลูกชิ้นเขาบอกว่าต้องดันบีบออกจากนิ้วให้มันตึงๆ มันจะได้เด้งๆ ก่อนทำต้องเอาไปเข้าช่องแข็งนั่นเป็นเคล็ดลับว่าทำไมลูกชิ้นถึงเด้งดีนัก ของแอนน์แค่ลอง เอาแค่นี้ก่อนแล้วกัน



ดูสิคะ ก็เหมือนลูกชิ้นออกนะคะ หุๆๆ เข้าข้างตัวเองอีกแล้วสิ อร่อยจังค่ะ แฟนยังพูดเลย แม้ texture จะยังไม่เหมือนมาก แต่รสชาด ความคล้าย ยกให้ภรรเมียเป็นที่หนึ่ง(ตอนนี้) 555 ใครคิดถึงผักตำลึง ลองเอาผักโขมแก้ขัดบ้าง ก็หายอยากเหมือนกันนะคะ



ใส่ผักโขมแล้ว กลายเป็นแกงจืดตำลึงแล้วค่ะ


Stir-Fried Ground Pork with Holy Basil Sauce



We call "Pad-Ga-Prao" ผัดกระเพรา.
pad:stir-fry
ga-prao:holy basil

This is one of my favorited dish.
And fried egg on top. Yummmmy!!!



Ingredients
1 lb ground pork
2 tb oil
1 ts fresh garlic, minced
2 tb Thai holy basil sauce(available in asian grocery)
2-3 tb oyster sauce
1/2 ts sugar
1 tb fish sauce
2-3 fresh Thai chili peppers(optional)
1 cup fresh string bean
1/2-1 cup basil leaves

Instructions
1. heat oil and garlic until golden brown.
2.add holy basil sauce and cook ground pork until no longer pink.
3.add oyster sauce, sugar, chili and fish sauce.
4.add string bean and basil leaves, stirring about 15 minutes.
5.serve warm over rice and top with fried egg.


Ground Pork Omelette on Rice

We call "Kai-jiew-moo-sub". It's very poppular in Thailand.
Kai: egg
jiew:pan fry
moo:pork
sub:chop



Ingredients
4 eggs
1 cup ground pork
1 ts garlic powder
2 tb oyster sauce(Availeble in Asian Store)
1 ts soy sauce or fish sauce
cilantro(optional)
3 tb vegetable oil

Instructions
Beat all together. Heat oil on medium-high and pour egg mixture in pan. Let it set for 5 -10 seconds take spatula and Lift up your omelette let the egg mixture run to the bottom. Repeat the other side until golden brown on the bottom. Flip the omelette and let it sit until golden. Serve on top of rice.

**Thai people like to have it with spicy sauce. We call "Prik-Nam-Pla".



How to make "Prik-Nam-Pla"

Blend fresh 2 cloves of garlic and 1 Thai hot pepper. Stir in 3 tb fish sauce, 1 ts lime juice and pinch of sugar. Serve with Thai food. My mother-in-law call "Thai Salsa"